คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เดินหน้าผลักดันการใช้ PromptBiz โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกิจ (Business Data Exchange Platform) ภายใต้โครงการ Reinvent Thailand พี่ช่วยน้อง x PromptBiz ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับระบบนิเวศทางธุรกิจและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569 กกร. จัดการประชุมชี้แจงโครงการฯ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการนำ PromptBiz ไปใช้ในภาคธุรกิจ โดยมีผู้แทนจากองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายผู้ประกอบการจากทั่วประเทศเข้าร่วม ทั้งในรูปแบบ On-site ณ ห้อง 802 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผ่านระบบ Zoom Meeting
หอการค้าไทยร่วมขับเคลื่อนการพัฒนา SMEs ไทย
สภาหอการค้าไทย นำโดย คุณวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย และ คุณสถาปนะ เลี้ยวประไพ กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการ SME Development Center พร้อมด้วยสมาชิกหอการค้าและเครือข่ายจากทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุมเพื่อร่วมผลักดันการใช้ PromptBiz ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ภายในงาน นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ขณะที่ ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ได้บรรยายถึงมาตรการ Quick Big Win ด้าน SME และแนวทางการขับเคลื่อน PromptBiz ในระดับประเทศ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ
PromptBiz คืออะไร
PromptBiz เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกิจ (Business Data Exchange Platform) ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลการซื้อขายจริง เช่น ใบสั่งซื้อ (Purchase Order: PO) และใบแจ้งหนี้ (Invoice) มาใช้ประกอบการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน แทนการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น เสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ ลดต้นทุนในการดำเนินงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย
ประโยชน์ของ PromptBiz ต่อผู้ประกอบการ
สำหรับบริษัทผู้ซื้อ (Buyer)
- สนับสนุนให้คู่ค้า SMEs มีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น ส่งผลให้ Supply Chain มีความแข็งแกร่ง
- เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารกระแสเงินสด (Cash Flow)
- ลดการใช้เอกสารผ่านระบบดิจิทัล
- ข้อมูลมีความปลอดภัยตามมาตรฐาน National ITMX และระบบ Consent
- มีโอกาสได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามหลักเกณฑ์ของโครงการ
สำหรับบริษัทผู้ขาย (Supplier)
- เข้าถึงสินเชื่อได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
- มีโอกาสได้รับอัตราดอกเบี้ยในระดับที่เหมาะสม
- เพิ่มสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ
- ลดภาระการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
- ลดขั้นตอนการดำเนินงานผ่านระบบดิจิทัล
ประเด็นสำคัญจากการประชุม
ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินโครงการในระยะแรก โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
- ระยะแรกของโครงการจะมุ่งเน้นการสนับสนุน Supplier Financing ก่อน และจะพิจารณาขยายไปสู่ Buyer Financing ในระยะถัดไป
- ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป็น Supplier ของบริษัทขนาดใหญ่ และสามารถใช้บริการได้ แม้ Buyer และ Supplier จะใช้บริการคนละสถาบันการเงิน
- อัตราดอกเบี้ยของโครงการ Soft Loan คาดว่าจะไม่เกิน 3.5% และภายหลังสิ้นสุดโครงการ จะพยายามรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ประมาณ 4–5%
- ผู้ประกอบการสามารถอัปโหลดเฉพาะเอกสารที่ใช้ประกอบการขอสินเชื่อ โดยไม่จำเป็นต้องอัปโหลดข้อมูลของคู่ค้าทั้งหมด
- กรณีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความลับทางการค้า จะมีการหารือร่วมกับบริษัทเพื่อกำหนดรูปแบบข้อมูลที่เหมาะสมก่อนการนำเข้าสู่ระบบ
- บริษัทผู้ซื้อ (Buyer) ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ ยกเว้นค่าใช้จ่ายในการเตรียมระบบ IT (หากมี)
- ใบแจ้งหนี้ (Invoice) 1 ฉบับ สามารถใช้ยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้ 1 แห่ง
สร้างความเข้าใจ ขยายการเข้าถึง หนุนเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
ที่ประชุมเห็นพ้องกันว่า การสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ PromptBiz ให้แก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันการเข้าร่วมโครงการในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจที่เข้มแข็ง เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
ประชาสัมพันธ์โดย:
ศูนย์ SME หอการค้าไทย
ติดต่อ 02-018-6888 ต่อ 2660 / 062-643-1945
Email: SME@thaichamber.org





















