วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและประธานคณะกรรมการพลังงาน พร้อมคณะกรรมการสายงานความยั่งยืน
เข้าพบหารือ นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อเสนอแนวทางขับเคลื่อนนโยบายพลังงานของประเทศ มุ่งลดภาระต้นทุนด้านพลังงานให้ประชาชนและภาคธุรกิจ เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
โดยมีข้อสรุปการหารือ ดังนี้
1. เสนอจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านพลังงาน (กรอ.พลังงาน) เพื่อเป็นกลไกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในการกำหนดทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมเร่งแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและการพัฒนาพลังงานสมัยใหม่
2. ลดค่าไฟประชาชน ผ่าน Solar คนละครึ่ง Plus โดยภาครัฐร่วมสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop ภาคครัวเรือน พร้อมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ควบคู่กับแนวคิด Solar for All และโซลาร์เซลล์ชุมชน เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงพลังงานสะอาด ลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
3. ยกระดับภาคเกษตรด้วย Smart Solar Farming โดยส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในภาคเกษตร เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและพลังงาน ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูง เกษตรสีเขียว และเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
4. สนับสนุน MSMEs และการลงทุนสีเขียว โดยเร่งผลักดันระบบ Net Billing เพื่อให้ผู้ติดตั้ง Solar Rooftop สามารถบริหารจัดการไฟฟ้าส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขยายมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการลงทุนในระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
5. รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเสนอให้ส่งเสริมตลาดพลังงานเสรี ผ่านกลไก Third Party Access (TPA) และ Direct PPA เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดของอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะ Data Center และ AI Infrastructure ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญในการดึงดูดการลงทุนและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต
พร้อมเสนอให้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยุคใหม่ อาทิ Smart Grid, Battery Energy Storage System (BESS), Demand Response และ Virtual Power Plant (VPP) เพื่อเพิ่มเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าและรองรับการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน
6. สนับสนุนพลังงานทดแทน โดยผลักดัน E20 เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์มาตรฐานของประเทศ และส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากชีวมวล โดยเฉพาะใบอ้อยและกากอ้อย เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร ลดการเผาในที่โล่ง และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม
หอการค้าไทยย้ำว่า “พลังงาน” เป็นทั้งต้นทุนสำคัญของประชาชนและภาคธุรกิจ การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จะเป็นกลไกสำคัญในการลดค่าครองชีพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศไทยในระยะยาว
ด้าน รมว.พลังงาน เห็นด้วยถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน หรือ กรอ.พลังงาน และข้อเสนอของหอการค้าไทย โดยเฉพาะการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) พร้อมทั้งเสนอความร่วมมือระหว่างภาครัฐแบะภาคเอกชนในการบริหารจัดการและรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศ ตลอดจน เห็นชอบให้มีการส่งเสริมนำมันสำปะหลังและใบอ้อย/กากอ้อย มาทำไฟฟ้าชีวมวล (Biomass) เพื่อการรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ลดต้นทุนประชาชนและเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ
Cr: Sustainable TCC&BOT
















