หอการค้าไทยหารือแคนดิเดตนายกฯ ไทยสร้างไทย ชี้โจทย์ใหญ่ฟื้นเศรษฐกิจ ปากท้อง ต้านคอรัปชั่นจริงจัง

การเลือกตั้ง - 22 ม.ค. 2569

เจาะลึกเวทีหารือ "หอการค้าไทย x ไทยสร้างไทย" ดร.พจน์ รับข้อเสนอ คุณหญิงสุดารัตน์-ดร.โภคิน ปลดล็อกกฎหมายล้าหลัง หนุน SMEs ใช้ AI และยัน "ปราบโกง" ต้องเป็นวาระแห่งชาติ ก่อนลุยศึกเลือกตั้ง 69 พร้อมเปิด 6 ข้อเสนอเร่งด่วนจากภาคเอกชน

News Cover
News Cover

(กรุงเทพฯ, 22 มกราคม 2569) ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ดร.โภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค ในโอกาสเข้าพบหารือแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง และทิศทางการพัฒนาประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนข้อเสนอจากภาคเอกชน และเสริมสร้างความร่วมมือเชิงนโยบายระหว่างภาคการเมืองกับภาคธุรกิจก่อนการเลือกตั้งทั่วไป

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปฏิรูปประเทศจำเป็นต้องเริ่มจากการปรับโครงสร้างเชิงกฎหมายและกลไกการบริหารให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก พรรคไทยสร้างไทยมีนโยบายที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างกลไกป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่กันนั้น จำเป็นต้องเร่งแก้ไขและยกเครื่องกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของประชาชน ผ่านการผลักดันกฎหมายกลาง โดยตั้งเป้าปรับปรุงกฎหมายกว่า 1,000 ฉบับภายใน 1 ปี เพื่อลดขั้นตอน ลดต้นทุน และปลดล็อกข้อจำกัดที่ฉุดรั้งศักยภาพของภาคธุรกิจและผู้ประกอบการทุกระดับ ในด้านการพัฒนาทุนมนุษย์และภาคธุรกิจ ต้องยกระดับคนและบริษัทให้เข้าถึง AI และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผ่านหลักสูตรพัฒนาและการเรียนรู้ระยะยาว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม รวมไปถึงการยกระดับภาคเกษตรโดยใช้จุดแข็งของประเทศให้เต็มศักยภาพ โดยตั้งเป้าขยับมูลค่าภาคเกษตรและอาหารจาก 2 ล้านล้านบาท สู่ 2.3–2.5 ล้านล้านบาท สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด การผลิตสินค้าเกษตรที่ตรงกับความต้องการของตลาด และการพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าอย่างครบวงจร พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่บทบาท “Food Bank ของภูมิภาค” เพื่อรองรับความต้องการด้านอาหารของประเทศเพื่อนบ้านและตลาดโลก

ดร.โภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศอย่างชัดเจนและยั่งยืน โดยควรมุ่งเสริมความเข้มแข็งใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ อาหาร สุขภาพ การท่องเที่ยว และ Ocean Link ซึ่งเป็นฐานศักยภาพสำคัญของประเทศในการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง 3 เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำคือ 

1) ปัญหาของผู้ประกอบการรายย่อยและคนตัวเล็กที่ประสบข้อจำกัดในการทำมาหากิน ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ขาดการเข้าถึงเทคโนโลยี และต้องเผชิญกับตลาดที่มีขนาดเล็กและขาดอำนาจต่อรอง จึงจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เอื้อต่อการเติบโตอย่างทั่วถึงและลดความเหลื่อมล้ำ 

2) ด้านการศึกษา จำเป็นต้องปฏิรูประบบอย่างจริงจัง โดยลดระยะเวลาการศึกษา ปรับเปลี่ยนวิธีการวัดผลจากการท่องจำเป็นการค้นหาศักยภาพและความถนัด เพื่อให้คนสามารถค้นพบตัวตนของตนเองได้เร็วขึ้น และพร้อมปรับตัวเข้าสู่โลกการทำงานในอนาคต 

3) การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันยังคงเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยควรสนับสนุนบทบาทของ ป.ป.ช.ภาคประชาชน ให้ทำงานควบคู่กับ สำนักงาน ป.ป.ช. อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ฟื้นฟูความเชื่อมั่น และวางรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ด้าน ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้สะท้อนภาพสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ ซึ่งภาคเอกชนเห็นว่าการฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป จำเป็นต้องอาศัยนโยบายเศรษฐกิจที่มีความชัดเจน ทำได้จริง และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยต้องมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและนักลงทุน โดยเฉพาะนโยบายในช่วงหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาวที่สามารถขับเคลื่อนต่อเนื่องได้จริง
 

หอการค้าไทยจึงได้นำเสนอ 6 ปัญหาวาระแห่งชาติเร่งด่วน ที่ควรถูกยกระดับเป็นกรอบนโยบายหลักของประเทศ ได้แก่
1.    การขาดยุทธศาสตร์ชาติที่ “ทำได้จริงและทำต่อเนื่อง”
2.    การปฏิรูประบบราชการ
3.    การปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง
4.    โครงสร้างการบริหารประเทศที่ขาดการบูรณาการ
5.    การปฏิรูปภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ
6.    แผนรับมือภัยพิบัติระดับชาติ
 

ขณะเดียวกัน หอการค้าไทยย้ำว่าการขับเคลื่อนประเทศไทยจำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เพราะปัญหาคอร์รัปชันส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ประเทศ และขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะการคอร์รัปชันเชิงระบบและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคธุรกิจ หอการค้าฯ จึงเล็งเห็นว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องเริ่มจากภาครัฐอย่างจริงจัง ผ่านการปรับโครงสร้างกลไกที่เกี่ยวข้องให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการประกาศนโยบายและมาตรการปราบปรามคอร์รัปชันที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสามารถเกิดผลได้อย่างแท้จริง ลดต้นทุนแฝงของระบบเศรษฐกิจ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตของประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ หอการค้าไทยได้เชิญพรรคไทยสร้างไทย เข้าร่วมเวทีเสวนา “เลือกตั้ง 69 เลือกอนาคตภาษีไทย” ในวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 ณ ห้อง UTCC EVENT LAB อาคาร 23 ชั้น 7 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายด้านภาษีและเศรษฐกิจต่อภาคเอกชนและสาธารณชน ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายและสะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงก่อนการเลือกตั้ง

 

เรียบเรียงและจัดทำโดย ฝ่ายนโยบายยุทธศาสตร์และการตลาด หอการค้าไทย

แท็ก:#การเลือกตั้ง#คอร์รัปชัน#นโยบาย#เศรษฐกิจ#SMEs

ข่าวสารล่าสุด

ดูทั้งหมด

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

หอการค้าฯ ถกปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรมกับ รมว.อุตสาหกรรม ยื่นข้อเสนอ ปลดล็อคกฎระเบียบ ส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พืชพลังงานและพลังงานสะอาด
Rectangle left backgroundRectangle right background

หอการค้าฯ ถกปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรมกับ รมว.อุตสาหกรรม ยื่นข้อเสนอ ปลดล็อคกฎระเบียบ ส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พืชพลังงานและพลังงานสะอาด มาตรฐานสินค้าแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน คำนิยาม SMEs ชัดเจนเพื่อช่วยเหลือให้ถูกจุด และแข่งขันได้

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการฯ เข้าหารือกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเสนอแนวทางยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ทั้งด้านการปลดล็อกกฎระเบียบ การส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พลังงานสะอาด การพัฒนา SMEs และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ณ กระทรวงอุตสาหกรรม

เศรษฐกิจ15 มิ.ย. 2569

สิทธิประโยชน์

ดูเพิ่มเติม

พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จทางธุรกิจไปกับเราหรือยัง?

สมัครสมาชิก