ส่องความเชื่อมั่นเอกชนไทย 5 ภาค ผ่าน TCC CONFIDENCE INDEX ประจำเดือน มิถุนายน 2569

เศรษฐกิจ - 9 ก.ค. 2569

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ เผย TCC-CI มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 41.4 ลดลงจากเดือนก่อน สะท้อนเศรษฐกิจจังหวัดยังเปราะบางจากต้นทุน ค่าครองชีพ และหนี้สิน

News Cover
News Cover

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC-CI) ประจำเดือนมิถุนายน 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยอยู่ที่ระดับ 41.4 ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 41.7 สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและประชาชนในระดับจังหวัดยังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนการผลิต ค่าครองชีพ ภาระหนี้สิน และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ

การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการระหว่างวันที่ 22–29 มิถุนายน 2569 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 369 ตัวอย่าง ครอบคลุมทุกภูมิภาคและภาคเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด โดยผลสำรวจพบว่า ดัชนีในส่วน “ปัจจุบัน” อยู่ที่ระดับ 36.0 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนี “อนาคต” อยู่ที่ระดับ 46.9 สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจระยะสั้น แม้ยังมีความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของบางภาคส่วนในระยะข้างหน้า

 ส่องความเชื่อมั่นเอกชนไทย 5 ภาค มิถุนายน-02_0.jpg

 

เมื่อพิจารณาดัชนีความเชื่อมั่นในมิติต่าง ๆ พบว่า ภาพรวมเศรษฐกิจอยู่ที่ระดับ 40.1 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า 0.5 จุด ขณะที่การบริโภคอยู่ที่ระดับ 48.7 เพิ่มขึ้น 0.3 จุด และการท่องเที่ยวอยู่ที่ระดับ 49.7 เพิ่มขึ้น 0.3 จุด สะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายและกิจกรรมท่องเที่ยวยังช่วยประคองเศรษฐกิจในบางพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตาม การลงทุนอยู่ที่ระดับ 32.3 ภาคการค้าอยู่ที่ระดับ 41.0 ภาคการค้าชายแดนอยู่ที่ระดับ 34.1 และการจ้างงานอยู่ที่ระดับ 33.6 ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำและเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สำหรับปัจจัยด้านลบที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในเดือนมิถุนายน ได้แก่ ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งกระทบต่อความเสี่ยงด้านราคาพลังงานและต้นทุนโลจิสติกส์โลก ปัญหาต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการที่ปรับตัวสูงขึ้น ภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวช้า ค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง รายได้ที่ไม่สอดคล้องกับภาระค่าใช้จ่าย รวมถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ยังส่งผลต่อกิจกรรมการค้าบริเวณชายแดนอย่างต่อเนื่อง
 

นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังมีความกังวลต่อต้นทุนปัจจัยการผลิต อาทิ ราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง และปุ๋ยทางการเกษตร รวมถึงราคาสินค้าเกษตรบางรายการ เช่น ข้าวเปลือกเจ้าและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นไม่มากนักและกระทบต่อกำลังซื้อในบางพื้นที่ ขณะที่ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ยังเป็นปัจจัยที่กระทบต่อสุขภาพประชาชน การดำเนินชีวิต และภาคการท่องเที่ยวในบางพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงความเชื่อมั่น ได้แก่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี การส่งออกไทยเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ขยายตัวร้อยละ 10.59 รวมถึงดัชนี SET Index ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน ขณะที่ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศบางประเภทปรับตัวลดลงจากเดือนที่ผ่านมา ช่วยลดแรงกดดันต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจบางส่วน

 

Thai infographic displaying regional economic or social indicators with percentages and icons.


ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาสถานการณ์เศรษฐกิจของจังหวัดในปัจจุบัน พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 53.6 เห็นว่าเศรษฐกิจของจังหวัดโดยรวมแย่ลง ขณะที่ร้อยละ 22.6 เห็นว่าดีขึ้น ส่วนในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ร้อยละ 54.2 ยังมองว่าเศรษฐกิจจังหวัดมีแนวโน้มแย่ลง แต่ร้อยละ 45.6 มองว่าจะดีขึ้น สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังคงเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น แต่ยังมีความหวังต่อการฟื้นตัว หากมีมาตรการสนับสนุนที่ตรงจุดและต่อเนื่อง
 

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เห็นว่า ภาพรวมดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยในเดือนมิถุนายน 2569 ยังคงสะท้อนความระมัดระวังของภาคธุรกิจและประชาชน โดยเฉพาะในประเด็นต้นทุนพลังงาน ต้นทุนการผลิต ภาระหนี้สินของครัวเรือนและผู้ประกอบการ รวมถึงความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ จึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันมาตรการที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มสภาพคล่อง กระตุ้นการบริโภค และเสริมความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

แนวทางการดำเนินการในการแก้ไขปัญหา

  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อพยุงภาคบริการและการจ้างงานในพื้นที่ให้ยังคงเติบโต
  • มาตรการแก้หนี้สินให้กับภาคธุรกิจและผู้ประกอบการที่ขาดสภาพคล่อง หรือมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและกลุ่ม SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน
  • ควรตรึงราคาพลังงานหรือพยุงราคาน้ ามันที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม และการผลิต รวมถึงการขนส่งเพื่อลดภาระต้นทุนของภาคธุรกิจ และเพื่อไม่ให้มีการขยับราคาสินค้าขึ้น
  • แนวทางรับมือกับปัญหาภัยแล้ง และความพร้อมระบบชลประทาน และจัดหาแหล่งกักเก็บน้ าชุมชน หรือวางแผนการเพาะปลูกให้สอดรับกับปริมาณน้ าในพื้นที่
  • แก้ไขปัญหาฝุ่น P.M. 2.5 โดยใช้มาตรการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มงวด พร้อมสร้างแรงจูงใจแก่พื้นที่ที่ร่วมมือ
  • การรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการส่งออกและภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
     
แท็ก:#เศรษฐกิจ#ดัชนีความเชื่อมั่น

ข่าวสารล่าสุด

ดูทั้งหมด

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

หอการค้าฯ ถกปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรมกับ รมว.อุตสาหกรรม ยื่นข้อเสนอ ปลดล็อคกฎระเบียบ ส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พืชพลังงานและพลังงานสะอาด
Rectangle left backgroundRectangle right background

หอการค้าฯ ถกปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรมกับ รมว.อุตสาหกรรม ยื่นข้อเสนอ ปลดล็อคกฎระเบียบ ส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พืชพลังงานและพลังงานสะอาด มาตรฐานสินค้าแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน คำนิยาม SMEs ชัดเจนเพื่อช่วยเหลือให้ถูกจุด และแข่งขันได้

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการฯ เข้าหารือกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเสนอแนวทางยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ทั้งด้านการปลดล็อกกฎระเบียบ การส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พลังงานสะอาด การพัฒนา SMEs และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ณ กระทรวงอุตสาหกรรม

เศรษฐกิจ15 มิ.ย. 2569

สิทธิประโยชน์

ดูเพิ่มเติม

พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จทางธุรกิจไปกับเราหรือยัง?

สมัครสมาชิก