กกร. ชี้เศรษฐกิจไทยโตกระจุก ร้องรัฐเร่งแก้ปมแรงงาน - พลังงาน

เศรษฐกิจ - 19 พ.ค. 2569

กกร. ชี้เศรษฐกิจไทยยัง “โตกระจุก” จี้รัฐเร่งคลี่ปมแรงงาน–พลังงาน เพื่อหนุนขีดความสามารถแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน

News Cover
News Cover

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน  (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย โดย กกร.ได้จัดประชุมคณะกรรมการประจำเดือนพฤษภาคม 2569 โดยมี นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะประธาน กกร. เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  และนายวรกฤต จารุวงศ์ภัค เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เป็นประธานร่วมในการประชุม

Three men are pictured above a document filled with Thai text, logos, and a data table.

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 และยังไม่เห็นฉากจบ 
ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่สามารถกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีในช่วงที่ผ่านมาต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการซ่อมแซม ความกังวลต่อ physical damage กดดันให้ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง โดยผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากสินค้าขาดแคลนเริ่มเห็นแล้วในภาคการบิน กระทบนักท่องเที่ยวที่โดยสารผ่านเที่ยวบินจากตะวันออกกลางมายังไทย

เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 ขยายตัวที่ 2.8%YoY แต่จำกัดอยู่ในบางภาคส่วน 
จากการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตได้ดี ภาครัฐที่มีการเร่งเบิกจ่าย ประกอบกับภาคการส่งออกที่ขยายตัวสูงจากสินค้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล และ AI ตามกระแสโลก ส่งผลให้สินค้ากลุ่ม tech ขยายตัวกว่า 45% และเป็นการขยายตัวติดต่อกัน 12 ไตรมาส อย่างไรก็ตาม การส่งออกกระจุกตัวสูงและไม่ได้ส่งผลดีไปยังภาคการผลิตอย่างทั่วถึง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังวางใจไม่ได้ และความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยอาจสูงกว่าที่เห็นในปัจจุบัน โดย กกร. ประเมินว่า GDP ไทยปี 2569 จะขยายตัวในช่วง 1.2% - 1.6% 
เศรษฐกิจระยะข้างหน้ายังคงมีความท้าทาย จำเป็นต้องติดตามผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อราคาวัตถุดิบและปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบของภาคธุรกิจ ซึ่งอาจพัฒนาเป็นปัญหาระลอกใหม่ ทั้งนี้ ประเทศไทยควรเร่งการลงทุนปรับโครงสร้างด้านพลังงาน เพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซ  และเร่งการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพภายใต้ Reinvent Thailand จะยิ่งสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

กรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 ของ กกร.

%YoY

ปี 2568

ปี 2569
(ณ ม.ค.–มี.ค. 69)

ปี 2569
(ณ เม.ย.–พ.ค. 69)

GDP

2.4

1.6 ถึง 2.0

1.2 ถึง 1.6

ส่งออก

12.9

-1.5 ถึง -0.5

-1.5 ถึง -0.5

เงินเฟ้อ

-0.1

0.2 ถึง 0.7

2.0 ถึง 3.0

ที่มา: สศช. พณ. และประมาณการโดย กกร.
Key assumptions
(1) ราคาน้ำดิบเบรนท์ เฉลี่ยที่ราว 90.3 USD/บาร์เรล ในปี 69
(2) ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศลอยตัว
(3) Lower Bound ของเงินเฟ้อ ที่ 2.0 คาดว่ามีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงครึ่งหนึ่งจากที่เก็บปัจจุบัน

กกร. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นอย่างเร่งด่วน
โดยตระหนักว่าการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวต้องคำนึงถึงทั้งมิติด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมอย่างสมดุล อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายภาคธุรกิจกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจกระทบต่อภาคการผลิต การส่งออก และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กกร. เห็นว่ารัฐบาลควรเร่งดำเนินมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะกลางอย่างเป็นรูปธรรม ในระยะเร่งด่วน การต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวที่พำนักและทำงานอยู่ในประเทศไทย ถือเป็นมาตรการจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้กำลังแรงงานจำนวนมากหายไปจากระบบในทันที ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรเร่งจัดทำแผนบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของภาคเศรษฐกิจในระยะยาว เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านแรงงานและความเชื่อมั่นด้านการลงทุนของประเทศ ทั้งนี้ กกร. จะมีการนำเสนอข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อพิจารณาเร่งรัดมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็วต่อไป

กกร. ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ที่ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 
ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการขับเคลื่อนการต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และแสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสร้างความโปร่งใส เสริมสร้างธรรมาภิบาล และยกระดับความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและประชาชน ทั้งนี้ กกร. เห็นว่า การมีคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน จะช่วยผลักดันการแก้ไขปัญหาการทุจริตได้อย่างบูรณาการ ครอบคลุมทั้งด้านการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ กระบวนการอนุญาตภาครัฐ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มความโปร่งใส ลดดุลยพินิจ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของประเทศไทย และสนับสนุนเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ในอนาคต
 

Three people, two men and one woman, sit at a table with the FTI logo.
Older Asian man in dark suit speaks into a microphone at a formal table.
An Asian woman with glasses in a white blazer speaks into a microphone at a table.
Man in dark suit speaking at a meeting with a microphone and water bottle.
A group of professionals attends a meeting in a modern conference room with projection screens.
Professionals attend a hybrid conference in a modern meeting room with large screens.
Three people, two men and one woman, sit at a table with the FTI logo.
Older Asian man in dark suit speaks into a microphone at a formal table.
An Asian woman with glasses in a white blazer speaks into a microphone at a table.
Man in dark suit speaking at a meeting with a microphone and water bottle.
A group of professionals attends a meeting in a modern conference room with projection screens.
Professionals attend a hybrid conference in a modern meeting room with large screens.
แท็ก:#เศรษฐกิจ

ข่าวสารล่าสุด

ดูทั้งหมด

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

หอการค้าฯ ถกปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรมกับ รมว.อุตสาหกรรม ยื่นข้อเสนอ ปลดล็อคกฎระเบียบ ส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พืชพลังงานและพลังงานสะอาด
Rectangle left backgroundRectangle right background

หอการค้าฯ ถกปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรมกับ รมว.อุตสาหกรรม ยื่นข้อเสนอ ปลดล็อคกฎระเบียบ ส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พืชพลังงานและพลังงานสะอาด มาตรฐานสินค้าแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน คำนิยาม SMEs ชัดเจนเพื่อช่วยเหลือให้ถูกจุด และแข่งขันได้

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการฯ เข้าหารือกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเสนอแนวทางยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ทั้งด้านการปลดล็อกกฎระเบียบ การส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พลังงานสะอาด การพัฒนา SMEs และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ณ กระทรวงอุตสาหกรรม

เศรษฐกิจ15 มิ.ย. 2569

สิทธิประโยชน์

ดูเพิ่มเติม

พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จทางธุรกิจไปกับเราหรือยัง?

สมัครสมาชิก