ส่องความเชื่อมั่นเอกชนไทย 5 ภาค ผ่าน TCC CONFIDENCE INDEX ประจำเดือน เมษายน 2569

ดัชนีความเชื่อมั่น - 12 พ.ค. 2569

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC-CI) ประจำเดือนเมษายน 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยอยู่ที่ระดับ 42.2 ปรับตัวลดลงจากระดับ 43.3 ในเดือนมีนาคม 2569

News Cover
News Cover

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC-CI) ประจำเดือนเมษายน 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยอยู่ที่ระดับ 42.2 ปรับตัวลดลงจากระดับ 43.3 ในเดือนมีนาคม 2569 สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจไทยยังคงอยู่ในทิศทางชะลอตัว ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน ราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง ต้นทุนการผลิต และความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก

Thai infographic displays private sector confidence index across five regions, featuring a map and data.

ผลการสำรวจพบว่า ดัชนีในเกือบทุกองค์ประกอบปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า โดยดัชนีเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ระดับ 41.1 ลดลงจาก 42.3 ในเดือนมีนาคม ดัชนีการบริโภคอยู่ที่ 48.5 ดัชนีการลงทุนอยู่ที่ 33.2 ดัชนีการท่องเที่ยวอยู่ที่ 49.5 ดัชนีภาคเกษตรอยู่ที่ 39.5 ดัชนีภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 46.6 ดัชนีภาคการค้าอยู่ที่ 42.5 ดัชนีภาคการค้าชายแดนอยู่ที่ 35.5 ดัชนีภาคบริการอยู่ที่ 51.2 และดัชนีการจ้างงานอยู่ที่ 34.8

ปัจจัยลบสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในเดือนนี้ ได้แก่ ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญด้านพลังงานของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระทบต่อต้นทุนขนส่งและต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการไทยโดยตรง นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังมีความกังวลต่อแนวโน้มต้นทุนปัจจัยการผลิตที่เพิ่มขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง และราคาปุ๋ยทางการเกษตร รวมถึงราคาสินค้าเกษตรบางรายการที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้เกษตรกรและกำลังซื้อในบางพื้นที่ยังฟื้นตัวได้จำกัด

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจยังติดตามปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง สภาพคล่องของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ความกังวลต่อการจ้างงานในบางภาคธุรกิจ และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งกระทบต่อสุขภาพประชาชนและอาจส่งผลต่อการท่องเที่ยวในบางพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ช่วยประคับประคองความเชื่อมั่นบางส่วน อาทิ ความคาดหวังต่อนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ที่มีความชัดเจนมากขึ้น การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี การส่งออกของไทยเดือนมีนาคม 2569 ที่ขยายตัวร้อยละ 18.67 รวมถึงการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนและนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวสงกรานต์ ซึ่งส่งผลดีต่อภาคบริการและการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่

เมื่อพิจารณาสถานการณ์เศรษฐกิจในระดับภูมิภาค พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นในทุกภูมิภาคปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า โดยกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้รับแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน ค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน และสภาพคล่องของภาคธุรกิจ ภาคกลางเผชิญความกังวลด้านราคาน้ำมัน ต้นทุนปุ๋ย ภัยแล้ง และการแข่งขันจากสินค้านำเข้า ภาคตะวันออกได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานในอุตสาหกรรมเข้มข้น สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังเผชิญปัญหารายได้เกษตรกร หนี้ครัวเรือน และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

ด้านภาคเหนือยังได้รับแรงกดดันจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 ค่าขนส่งสินค้าเกษตร และภาวะการใช้จ่ายที่ชะลอตัวในบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ แม้จะมีปัจจัยบวกจากผลผลิตทุเรียน ราคายางพารา และปาล์มน้ำมันที่ปรับดีขึ้น แต่ยังเผชิญข้อจำกัดจากต้นทุนขนส่ง ต้นทุนการเงิน ภาระหนี้ครัวเรือน และปัญหาขาดแคลนแรงงานในบางสาขา

ทั้งนี้ ภาคเอกชนเห็นว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปยังต้องอาศัยมาตรการที่ชัดเจนและต่อเนื่องจากภาครัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในทุกภูมิภาค

Thai infographic displaying regional economic data with percentage changes across provinces.

แนวทางการดำเนินการในการแก้ไขปัญหา

  • แนวทางรับมือกับวิกฤตต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้าทำให้ภาคธุรกิจกังวลเรื่องการปรับตัวของค่า Ft และราคาพลังงานโลกที่ยังผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
  • การบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือภัยแล้งเนื่องจากมีความกังวลเรื่องปริมาณน้ำในเขื่อนหลักที่ไม่เพียงพอต่อการจัดสรรน้ำให้ทั้งภาคการผลิตและการเกษตร
  • แนวทางแก้ไขความขัดแย้งบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ให้กลับมาฟื้นตัว
  • กำหนดทิศทางนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจน ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนใหม่ของนักลงทุนต่างชาติ
  • มาตรการแก้หนี้ครัวเรือนและหนี้เสีย (NPL) เพื่อให้ประชาชนกลับมามีกำลังซื้อและเข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้ เนื่องจากการจับจ่ายใช้สอยในช่วงที่ผ่านมาไม่คึกคักเท่าที่ควร ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายในสินค้าที่ไม่จำเป็น
  • การยกระดับแรงงานทักษะสูงให้ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน
  • การรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการส่งออกและภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
  • ลดอัตราดอกเบี้ยและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร เพื่อให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้
แท็ก:#ดัชนีความเชื่อมั่น#เศรษฐกิจ

ข่าวสารล่าสุด

ดูทั้งหมด

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

หอการค้าฯ ถกปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรมกับ รมว.อุตสาหกรรม ยื่นข้อเสนอ ปลดล็อคกฎระเบียบ ส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พืชพลังงานและพลังงานสะอาด
Rectangle left backgroundRectangle right background

หอการค้าฯ ถกปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรมกับ รมว.อุตสาหกรรม ยื่นข้อเสนอ ปลดล็อคกฎระเบียบ ส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พืชพลังงานและพลังงานสะอาด มาตรฐานสินค้าแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน คำนิยาม SMEs ชัดเจนเพื่อช่วยเหลือให้ถูกจุด และแข่งขันได้

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการฯ เข้าหารือกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเสนอแนวทางยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ทั้งด้านการปลดล็อกกฎระเบียบ การส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พลังงานสะอาด การพัฒนา SMEs และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ณ กระทรวงอุตสาหกรรม

เศรษฐกิจ15 มิ.ย. 2569

สิทธิประโยชน์

ดูเพิ่มเติม

พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จทางธุรกิจไปกับเราหรือยัง?

สมัครสมาชิก